Menu 







 
----

การแพ้ครีมหรือเครื่องสำอางเกิดจากอะไร

โดย : kree005@hotmail.com | เมื่อ : 2015-07-23 07:06 | เข้าชม : 1286

ในปัจจุบันเครื่องสำอางในประเทศไทยมีหลากหลายมากมาย ทั้งใช้ทำความสะอาด ประทินผิวให้เกิดความสวยงาม และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งบางครั้งผลข้างเคียงที่ได้รับต่อผู้ใช้อาจทำให้แพ้ได้ในบางราย โดยการแพ้ที่สังเกตุได้ เช่น เกิดอาการคัน ระคายเคือง ผดผื่น แสบแดง เกิดสิว เป็นต้น แล้วแต่ละบุคคลว่าแพ้น้อยแพ้มาก ในที่นี้เราจะเสนอส่วนผสมในครีมหรือเครื่องสำอางถูกกฎหมาย แต่ทำให้ผู้ใช้บางรายอาจเกิดอาการแพ้ได้ ซึ่งส่วนประกอบหลักๆ เหล่นั้นมีดังนี้

– น้ำหอม คนส่วนใหญ่ที่เกิดอาการแพ้อันดับแรกที่นึกถึงคือ “น้ำหอม” ทำให้เกิดผื่นขึ้น เป็นสิว

วิธีการหลีกเลี่ยง คือ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Fragrance Free หรือ ปราศจากน้ำหอม ถือเป็นข้อปฏิบัติที่ต้องนึกถึงเป็นอันดับแรกน่ะค่ะ

– สารกันเสีย จำพวก Paraben ได้แก่ ethyl paraben, propyl paraben, butyl paraben ก่อให้เกิดการระคายเคือง

วิธีการหลีกเลี่ยง คือ สังเกตุผลิตภัณฑ์ท่ระบุ Paraben Free หรือ Phenoxy ethanol ( ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันเสีย )

– แอลกอฮอล เป็นอีกส่วนประกอบในเครื่องสำอางซึ่งมีหลายชนิดมาก สารประกอบจำพวกนี้ผู้ที่แพ้จะเกิดอาการบวมแดง ระคายเคือง ผิวแห้ง

วิธีการหลีกเลี่ยง คือ สังเกตุผลิตภัณฑ์ที่ระบุ Alcohol Free หรือ ปราศจากแอลกอฮอล หรือให้ดูที่ส่วนประกอบด้านหลังของฉลากสินค้าค่ะ

– AHA เป็นสารที่นำมาใช้เพื่อผิวขาวกระจ่างใส ผลัดเซลล์ผิว บางคนแพ้เพราะผลิตภัณฑ์นั้นใช้ความเข้มข้นที่มากเกินไปเพื่อให้เกิดผลเร็ว จึงทำให้ผิวหน้าบาง เกิดอาการคัน แสบ แดง หลังจากที่ทาไปแล้ว เมื่อผิวโดนแสงแดดอาจเกิดอารแดงบริเวณที่ทา หรือลอกได้

วิธีการหลีกเลี่ยง คือ ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA โดยให้ดูส่วมผสมที่ระบุไว้บนฉลาก หรือสอบถามคนขายค่ะ

วิธีการทดสอบแบบ Patch Test ว่าเราจะแพ้สารอะไรบ้าง

วิธีนี้เป็นวิธีที่สามารถทดสอบแบบไม่เจ็บตัว สะดวก และทำได้ง่าย แล้วยังสามารถทดสอบสารได้เกือบ 24 ชนิด แต่วิธีทดสอบนี้ต้องได้รัการทดสอบจากแพทย์เท่านั้น โดยการทดสอบ ห้ามสตรีมีครรภ์เข้าร่วมกันอาจเกิดผลอันตรายต่อเด็กได้ หรือผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ เพราะสเตียรอย์อาจทำให้ผลออกมาคลาดเคลื่อนได้เนื่องจากสเตียรอยด์จะไปกดภูมิคุ้มกัน

– นำผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ หรือสงสัยว่าเกิดการแพ้นำมาทำการทดสอบ

– นำพลาสเตอร์ปิดบิเวณที่แผ่นหลังที่มีสารที่แผ่นหลังเป็นเวลา 48 ชั่วโมงแล้วพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คการแพ้ แล้วบันทึกผลกาทดสอบครั้งที่ 1 และนัดครั้งที่ 2 เมื่อครบ 96 ชั่วโมง เพื่อตรวจหาว่าแพ้สารอะไร

– ขณะทดสอบไม่ควรให้บริเวณนั้นเกิดการเปียก หรือความชื้นโดยเด็ดขาด งดกิจกรรมที่มีเหงื่อ

– ขณะทดสอบอาจเกิดอาการคัน หรือระคายเคืองบ้างเพราะเกิดจากการทดสอบ สารเคมีอาจทำปฎิกิริยาต่อผิวหนังของผู้ทดสอบ

วิธีการทดสอบอาการแพ้ด้วยตัวเองและทำได้ง่ายๆที่บ้าน แต่วิธีนี้เป็นวิธีที่ทดสอบเบื้องต้นเท่านั้นไม่จำเพราะเจาะจงเหมือนวิธี Path Test

– นำผลิตภัณฑ์มาทดสอบ โดยลองทดสอบโดยการทาครีมที่หลังหู หรือใต้ท้องแขน ทิ้งไว้ประมาณ 30-40 นาที สังเกตุการเปลี่ยนแปลง ถ้ามีอาการแสบ คัน หรือมีผื่นแดง แสดงว่าเกิดอาการแพ้ค่ะ